มีทั้งผิดจริงและไม่จริง! 3 เหตุการณ์ดราม่านอกเกาะของทีมชาติอังกฤษ

ufa1688  กลายเป็นประเด็นฉาวไปทั่วโลกฟุตบอล หลังจากที่ เมสัน กรีนวู้ด กับ ฟิล โฟเด้น 2 ดาวรุ่งทีมชาติเมืองผู้ดีละเมิดกฎการกักตัวด้วยการพาสาวเข้าไปในโรงแรมตอนที่พวกเขาเดินทางไปเล่นเกม  UEFA  เนชั่นส์ ลีก กับประเทศไอซ์แลนด์ จนทำให้ทั้งคู่โดนส่งตัวกลับบ้านเกิดทันที
    จริงๆหลายสโมสรชาติก็มีเหตุการณ์ดราม่านอกสนามเวลาที่อยู่ต่างแดนกันอยู่บ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า  England  คือหนึ่งในชาติที่มีเรื่องแบบนั้นเยอะที่สุด ไม่ว่าจะทั้งในด้านที่สุดท้ายแล้วนักเตะของพวกเขาผิดจริง หรือในด้านที่สุดท้ายแล้วคนของพวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งวันนี้เราก็มีเหตุการณ์ดราม่านอกสนามในต่างแดนเด่นๆ ของ เมืองผู้ดี มานำเสนอสัก 3 เหตุการณ์ และมันก็มีทั้งเหตุการณ์ที่คนของพวกเขาผิดจริง กับเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วย

    – เก้าอี้หมอฟันอันลือลั่น
    สำหรับสาวกเมืองผู้ดีที่ตามเชียร์ทัพ "สิงโตคำราม" มานานแล้วนั้น เหตุการณ์นี้คงเป็นสิ่งแรกๆ ที่โผล่มาในหัวของคุณ โดยเหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการที่ เมืองผู้ดี เดินทางไปเล่นทัวร์นาเมนต์พิเศษที่ประเทศจีนกับเกาะฮ่องกง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับศึก ยูโร 96 ที่พวกเขาจะเป็นเจ้าภาพ

  จริงแล้วชัยชนะเหนือ จีน 3-0 และการเฉือน ฮ่องกง โกลเด้น เซเล็ค XI 1-0 ก็ไม่ใช่ประเด็นที่กองเชียร์ England สนใจมากมายอะไรอยู่แล้ว แต่ผลการแข่งขันทั้ง 2 นัดที่ว่าก็ถูกมองข้ามมากขึ้นไปอีกเมื่อเหล่าขุนพล "สิงโตคำราม" ก่อเหตุฉาวอันลือลั่นในไนต์คลับแห่งหนึ่งบนเกาะฮ่องกงหลังหมดเวลากับ ฮ่องกง โกลเด้น เซเล็ค XI เพราะพวกเขาซดเหล้าและเบียร์กันอย่างเริงร่าจนหมดสภาพการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการฉีกเสื้อจนขาด หรือการเมาเละเทะ

    ทั้งนี้ หนึ่งในชอตที่เป็นตำนานที่เอามาใช้เตือนใจนักฟุตบอลเมืองผู้ดีมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือตอนที่นักเตะ เมืองผู้ดี ส่วนหนึ่ง อย่าง พอล แกสคอยน์ และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม ผลัดกันขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้แบบที่หมอฟันเขาใช้กันที่ทางไนต์คลับเอามาใช้เป็นส่วนประกอบของบาร์ แล้วต่อไปก็ให้เพื่อนๆ เทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรอกปากแบบแทบจะไหลรวดเดียวจากปากไปถึงท้องโดยที่ไม่มีการหยุดพักหายใจ

"Disgracefool" ซึ่งเป็นการผสมกันของคำว่า "Disgraceful" และ "Fool" ถูกนำไปใช้เป็นพาดหัวข่าวของ เดอะ ซัน สำนักข่าวของ England  โดยถ้าแปลเป็นไทยก็ได้ประมาณว่า "พวกงี่เง่าน่าขายหน้า" มันเป็นการแสดงให้เห็นว่าเหล่าคนในบ้านเกิดรู้สึกแย่ในการกระทำของแข้งเหล่านั้นมากแค่ไหน แต่ท้ายที่สุด แกสคอยน์ ก็เอาเหตุการณ์นี้ไปเป็นท่าฉลองประตูของตัวเองในเกม ยูโร 96 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ ที่ชนะ สกอตแลนด์ 2-0 อีก

    – ความฉาวที่ทำ คีแกน ซวย
    ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สนามบินในกรุงเบลเกรดอัดจนได้แผลปกช้ำ, จมูกแตกจนเลือดไหล, โดนจับ, ถูกตั้งข้อหาลวนลามทางเพศสจ๊วร์ตสาวบนเครื่องบิน, โดนข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ถูกฟ้องร้องจากประเด็นการก่อความวุ่นวาย และโดนตั้งข้อหาขัดขวางการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ เควิน คีแกน ต้องเจอ ในตอนที่เขาอยู่ที่สนามบินของกรุงเบลเกรด ปี 1974 เพื่อเตรียมเล่นเกมอุ่นเครื่องกับ ยูโกสลาเวีย

  ประเด็นก็คือนอกจากการทะเลาะกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้วนั้น มันก็ไม่มีอันไหนเลยที่ คีแกน ร่วมก่อเหตุด้วยจริงๆ และจริงแล้วเขาก็คงไม่ต้องมีเรื่องมีราวกับรปภ. จนถึงขั้นได้รับแผลด้วย หากเกิดว่าไม่ใช่เพราะความป่วนของ อเล็ก ลินด์เซย์ ฟูลแบ็กเพื่อนร่วมทีมในขณะนั้น

 เรื่องของเรื่องก็คือตอนเดินทางไปถึงสนามบินในกรุงเบลเกรด คีแกน ตัดสินใจพักด้วยการนั่งหลับตรงริมสายพานที่ส่งกระเป๋าลงจากเครื่อง แต่ในตอนที่เขากำลังงีบอยู่ ลินด์เซย์ ดันขึ้นไปเต้นแบบร่าเริงบนสายพาน จนทำให้เจ้าหน้าที่ประจำสนามบินรีบวิ่งเข้ามาในที่เกิดเหตุ

 ยังไงก็ตาม รปภ. ดันไปกระชากตัว คีแกน ที่กำลังหลับอย่างสบายอารมณ์ขึ้นมาด้วย ซึ่งมันก็ทำให้ คีแกน พยายามขัดขืนและตอบโต้กลับไป ก่อนที่สุดท้ายเจ้าหน้าที่คนหนึ่งจะใช้แขนโอบรัดคอหอยของ คีแกน จนทำให้ดาวเตะคนดังหายใจแทบไม่ออก โดยหลังต่อไป คีแกน โดนถูกเตะกับต่อยหลายครั้ง รวมถึงถูกอัดที่หน้า ก่อนที่จะถูกสั่งให้คุกเข่าแบบคนร้ายแล้วโดนจับตัวไป โดยตอนนั้นรปภ. ไม่รู้ว่า คีแกน คือนักฟุตบอลชื่อดัง

    ส่วนข้อกล่าวหาของการล่วงละเมิดทางเพศสจ๊วร์ตบนเครื่องนั้น คีแกน ไม่มีทางเป็นคนผิดได้เลย เพราะหลายคนยืนกรานว่าตอนอยู่บนเครื่องเขาหลับปุ๋ย ซึ่งสุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็ถอนฟ้อง คีแกน จากทุกข้อกล่าวหา

    – มัวร์ กับข้อหาขโมยของ
    เมืองผู้ดี เดินทางไปทำศึก ฟุตบอลโลก 1970 ด้วยเป้าหมายที่จะป้องกันแชมป์ให้ได้ ซึ่งพวกเขาก็วางแผนเตรียมความพร้อมด้วยการไปเล่นเกมอุ่นเครื่องกับ โคลอมเบีย และ เอกวาดอร์ ถึงบ้านของทั้ง 2 ชาตินั้นในวันที่ 20 กับ 24 พฤษภาคม 1970 ตามลำดับ แล้วต่อไปก็ค่อยบินไปทำศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศเม็กซิโก

ทั้งนี้ ตอนอยู่ที่กรุงโบโกต้า ประเทศโคลอมเบีย บ็อบบี้ มัวร์ กัปตันทีมชาติเมืองผู้ดีในตอนนั้น, บ็อบบี้ ชาร์ลตัน แข้งคนดังของทีม และ นีล ฟิลลิปส์ แพทย์ประจำทีมได้ไปที่ร้านเพชรแห่งหนึ่งเพื่อจะหาซื้อของขวัญให้กับภรรยาของ ชาร์ลตัน โดยลือกันว่า ปีเตอร์ ธอมป์สัน ปีกของทีมก็ตามไปสมทบในช่วงหนึ่งด้วย ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็หาของที่ต้องการไม่เจอ แล้วเดินออกจากร้าน

    ยังไงก็ตาม คลาร่า พาดิย่า ผู้ช่วยของร้านวิ่งออกมาจากร้านแล้วกล่าวหา มัวร์ กับพรรคพวกว่าขโมยกำไลข้อมือไปจากร้าน ซึ่งมั่นใจว่าทั้งหมดปฏิเสธเรื่องดังกล่าวพร้อมทั้งอาสาให้ค้นตัวได้ตามสบายด้วย ขณะที่ตำรวจกับโรงแรมในโคลอมเบียก็ลงมาสอบสวนในเรื่องนี้เช่นกัน โดยตอนแรกมันทำท่าว่าจะจบลงด้วยดี เพราะตำรวจสอบปากคำทุกคนอย่างละเอียด และมีการขอโทษ มัวร์ กับพรรคพวกอย่างดิบดี

หลังจากเล่นเกมกับ เอกวาดอร์ เสร็จ  England  ก็ออกเดินทางไปยังประเทศเม็กซิโก ซึ่งมันต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่กรุงโบโกต้าซะก่อน โดยพวกเขาก็ยังเช็กอินเข้าพักโรงแรมเดียวกับที่พักในตอนแรกเพื่อเป็นการรอขึ้นเครื่องเช่นกัน ยังไงก็ตาม ในตอนที่เหล่านักเตะ  England  กำลังดูหนังเรื่อง Shenandoah อยู่นั้น ตำรวจ 2 คนก็เข้ามาแล้วลาก มัวร์ ออกไป พร้อมกับจับเขาในข้อหาขโมยของ และนั่นก็ทำให้  England  จำเป็นจะต้องเดินทางไปยัง เม็กซิโก ก่อน โดยที่ปล่อยให้ มัวร์ ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองที่โคลอมเบีย

    สุดท้ายแล้วก็ไม่มีหลักฐานมากพอที่จะบอกได้ว่า มัวร์ มีความผิดจริง ทำให้เขาได้รับการปล่อยตัว ก่อนที่จะรีบเดินทางไปรวมตัวกับเพื่อนร่วมทีมชาติที่ประเทศเม็กซิโก โดยคนบางส่วนมองว่านี่เป็นการจัดฉากของคนหัวหมอในโคลอมเบียที่อยากจะนำเงินแบบเนียนๆ จากทีมชาติ England  ส่วนบางกลุ่มเชื่อว่าเป็นแผนของบางชาติที่อยู่ใจทำให้ มัวร์ อดไปเล่นกับทีมชาติเมืองผู้ดีในศึกฟุตบอลโลกเลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *